วันพุธที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2552

ประวัติส่วนตัว


ดิฉันชื่อ เตือนใจ อยู่ดี ชื่อเล่น เตือน เกิดวันที่ 26 ธันวาคม 2509 ที่จังหวัดชลบุรี
ประวัติการศึกษา
จบการศึกษาระดับปริญญาโท คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

ปริญญาตรี จากวิทยาลัยครูสวนสุนันทา

ประวัติการทำงาน
2547-2550 ทำเนียบรัฐบาล (หน้าห้องรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี)
2544-2546 กระทรวงการคลัง (หน้าห้องผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี)
2543-2541 Rainbowland Child Development Centre(อาจารย์ใหญ่)
2530-2540 หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ(ตำแหน่งผู้การฝ่ายบุคคล)

ชีวิตครอบครัว
ปัจจุบัน อาศัยอยู่ที่ 89/5 หมู่บ้านเพอร์เฟอร์เพลสพระราม 5 ถนนนครอินทร์ เขตบางกรวย จังหวัดนนทบุรี 11130 ปัจจุบันไม่ได้ประกอบอาชีพ สาเหตุมาจากการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล ทำให้ช่วงนี้ว่างงาน เวลาส่วนใหญ่จะอ่านหนังสือ และทำอาหารอยู่ที่บ้าน และหน้าที่ที่สำคัญคือเลี้ยงลูกชายอยู่กับบ้าน

สาเหตุความพิการ
ดิฉันเริ่มพิการเมื่ออายุได้ประมาณ 13 ปี เนื่องจากป่วยมีอาการตัวร้อนจัด ท้องเสีย คุณพ่อได้พาดิฉันไปหาหมอที่โรงพยาบาลชลบุรี หมอได้ฉีดยาที่สะโพกด้านขวาของดิฉัน หลังจากนั้นมาดิฉันเดินไม่ได้ คุณพ่อจึงพาเข้ามารักษาต่อที่โรงพยาบาลรามาธิบดี หมอลงความเห็นว่า เส้นเอ็นเท้าข้างขวาดิฉันมีปัญหาใช้การไม่ได้ จึงได้ทำการผ่าตัดจนเิดินได้ แต่เท้าข้างจนถึงสะโพกจะลีบเหมือนคนที่เป็นโปลิโอ ไม่มีแรง ต้องใช้มือยกเท้าจึงจะยกเท้าขึ้นได้

การใช้ชีวิตของดิฉัน
ส่วนใหญ่ดิฉันใช้ชีวิตปกติ ไม่ได้ใช้ชีวิตร่วมกับคนพิการ เรียนโรงเรียนคนปกติ แล้วก็เข้าเรียนมหาวิทยาลัย จบมาก็ทำงานโดยตัวเองไม่ไ้ด้คิดว่าพิการ ใช้ชีวิตเหมือนคนปกติมาตลอด ชีวิตส่วนใหญ่อยู่กับการทำงานนอกบ้าน จนไม่ได้คำนึงถึงความพิการที่เกิดขึ้น มีหลายอย่างที่ดิฉันทำไม่ได้เหมือนคนพิการทั่วไป เช่น ว่ายน้ำ และกีฬาทุกอย่าง ดิฉันไม่เคยมีโอกาสได้เล่น ส่วนใหญ่เวลาเรียนก็จะช่วยอาจารย์เป็นกรรมการตัดสินเพื่อนที่เล่นกีฬา จึงทำให้ดิฉันเล่นกีฬาอะไรไม่ได้เลย

นิสัยส่วนตัว
ดิฉันชอบอ่านหนังสือ ชอบเขียนบันทึกเรื่องราวของตนเอง ของลูกและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตัวเอง เป็นคนที่มีเพื่อนเยอะ เพื่อน ๆ ชอบมาที่บ้าน เรียกว่าเป็นแหล่งรวมรุ่นของเพื่อนตั้งแต่สมัยวัยรุ่นจนถึงวัยกลางคน

ความฝัน
ดิฉันอยากเป็นอาจารย์สอนหนังสือมาก ฝันว่าอยากเป็นอาจารย์สอนหนังสือ ซึ่งในช่วงชีวิตดิฉันเคยเป็นครูใหญ่ของโรงเรียนเด็กเล็กแห่งหนึ่ง แต่ก็ต้องออกด้วยสาเหตุบางอย่าง แต่ดิฉันคิดว่าสักวันดิฉันจะต้องเป็นอาจารย์สอนหนังสืออีก อาชีพสอนหนังสือเป็นอาชีพที่น่าภูมิใจ เมื่อใดก็ตามที่เราสอนคนที่ไม่รู้เรื่องให้เค้าสามารถรู้สิ่งที่เราสอนได้ นั้นคือความสุขอย่างหนึ่งในใจของดิฉัน สักวันโอกาสคงมาถึงดิฉันบ้าง

โทรศัพท์ 02-024326059 มือถือ 081-1745517
Fax:02-4326057
E-Mail: tuern@hotmail.com,tuerntonnum@gmail.com


Slide ส่วนตัว

สมุนไพรไทยกับชีวิต


ตะไคร้หอม
Cymbopogon nardus Rendle

วงศ์ POACEAE (GRAMINEAE)

ชื่อท้องถิ่น
ตะไคร้แดง จะไคมะขูด ตะไครมะขูด คาหอม ไคร จะไคร เซิดเกรย
ตะไคร้ ห่อวอตะโป่ หัวสิงโต เหละเกรย Lapine, Lemongrass,
West Indian lemongrass


ลักษณะพืช
พืชล้มลุก อายุหลายปี มีเหง้า ลำต้นตั้งตรง สูง 2 เมตร ออกเป็นกอ
ใบเกลี้ยง รูปยาวแคบ กว้าง 5-20 มม. ยาวได้ถึง 1 เมตร มีกลิ่นหอม
ตรงรอยต่อระหว่างใบกับกาบ มีแผ่นรูปไข่ปลายตัดยื่นออก
มา ยาวประมาณ 2 มม. มีขนกาบหุ้มติดทน กาบล่างสุดเกยซ้อนกัน เมื่อแห้งจะม้วนขึ้น ดอกออกเป็นช่อขนาดใหญ่ยาวได้ถึง 80 ซม.
มีใบประดับ ลักษณะคล้ายกาบ ยาวประมาณ 25 มม. รองรับอยู่ ช่อดอกแยกเป็นหลายแขนง แต่ละแขนงมีช่อย่อย 4-5 ช่อ ผลแห้ง
ไม่แตก ตะไคร้หอมมีลักษณะส่วนใหญ่คล้ายกับตะไคร้กอ ต่างกัน
ที่กลิ่น ต้นและใบยาวกว่าตะไคร้กอมาก แผ่นใบกว้างยาวและนิ่มกว่า
เล็กน้อย

การปลูก ใช้หน่อหรือเหง้าชอบขึ้นในดินร่วนซุย น้ำไม่ขัง ชอบแดดมาก
ส่วนที่ใช้เป็นยา ใบและกาบใบ

สรรพคุณ
ยาไทย ต้นแก้ริดสีดวงในปาก (คือปากแตกระแหง เป็นแผลในปาก) สตรีมีครรภ์รับประทาน ทำให้แท้ง บีบรัดมดลูก ขับลมในลำใส้ แก้แน่น
ตะไคร้หอมได้ถูกนำมาใช้ไล่แมลง อย่างแพร่หลายนานมาแล้ว โดยละลายน้ำมันตะไคร้หอม 7 ส่วน ผสมในแอลกอฮอล์ (70%) 93 ส่วน
ฉีดพ่นหรือตำใบสดหมักในแอลกอฮอล์ใน อัตราส่วน 1:1 ทาตรงขอบ
ประตู ที่ปิดเปิดเสมอ หรือชุบสำลีแขวนเอาไว้หน้าประตูเข้าออก หรือใช้ใบตะไคร้หอม มัดแล้วทุบให้ช้ำวางใว้ตามมุมห้องหรือใต้เตียง

ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์
ใบและกาบใบมีน้ำมันหอมระเหย ซึ่งมี Geraniol และ Citronellal
เป็นส่วนประกอบสำคัญ มีฤทธิ์ในการไล่แมลง